Human Design คืออะไร

ในมุมของเรา เราคิดว่า Human Design เป็นระบบที่ช่วยให้เราได้เข้าใจ “ตัวตนที่แท้จริง” ของแต่ละบุคคลได้เป็นอย่างดี โดยศาสตร์นี้ผสมผสานแนวคิดจากหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน ได้แก่ โหราศาสตร์ตะวันตก (Astrology), การโคจรของดวงดาว, ระบบไอชิง (I Ching) ของจีน, ระบบชักระ (Chakra) ของอินเดีย, คับบาลาห์ (Kabbalah) ของยิว และแนวคิดบางส่วนที่อ้างอิงจากฟิสิกส์ควอนตัม ซึ่งศาสตร์นี้ถูกสร้างขึ้นโดย Ra Uru Hu (ชื่อเดิม Alan Robert Krakower) ชาวแคนาดา ในปี ค.ศ. 1987 โดยเขาอ้างว่าได้รับข้อมูลนี้จากประสบการณ์ทางจิตวิญญาณของเขาที่เรียกว่า “The Voice”

หลักการทำงานของ Human Design คือการนำวัน เดือน ปีเกิด เวลาเกิด และสถานที่เกิดของบุคคลนั้นๆ มาคำนวณผ่านโปรแกรมเฉพาะ เพื่อสร้าง “แผนภูมิร่างกาย” (BodyGraph)

ความสำคัญและจุดประสงค์ของศาสตร์นี้

ผู้คนส่วนมากที่นิยมใช้ศาสตร์นี้ เพราะมองว่าศาสตร์นี้ใช้เพื่อเป็นเครื่องมือในการ

  1. ทำความเข้าใจตัวเอง” – เนื่องจากศาสตร์นี้ช่วยให้คุณได้มองเห็นแนวโน้มพฤติกรรม จุดแข็ง จุดอ่อน จุดที่สามารถนำไปต่อยอด รวมไปถึงรูปแบบการตัดสินใจของตัวคุณเอง
  2. พัฒนาความสัมพันธ์” – คุณสามารถใช้ศาสตร์นี้เปรียบเทียบแผนภูมิของคู่รัก เพื่อนร่วมงาน หรือสมาชิกในครอบครัว เพื่อทำความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างกันได้
  3. วางแผนอาชีพและการใช้ชีวิต” – บางคนสามารถนำเอาข้อมูลต่างๆ ไปใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจในเรื่องงานหรือทิศทางของการใช้ชีวิต
  4. เสริมสร้างความมั่นใจ” – ในบางครั้งการที่ได้รับ “คำอธิบาย” เกี่ยวกับตัวเอง จะช่วยให้คุณรู้สึกว่าตนเองมีความพิเศษและมีคุณค่าเฉพาะตัว
    ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาศาสตร์นี้ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ในกลุ่มคนที่สนใจศาสตร์แห่งจิตวิญญาณ (Spirituality) และการพัฒนาตนเอง โดยเฉพาะบนโซเชียลมีเดียอย่าง TikTok และ Instagram มีหลากหลายช่องที่ออกมาให้ความรู้เกี่ยวกับศาสตร์นี้

จุดเด่นของศาสตร์นี้

  • สามรถใช้เป็นเครื่องมือสะท้อนความคิด ช่วยให้คนตั้งคำถามเกี่ยวกับพฤติกรรมและการตัดสินใจของตัวเอง ในมุมที่คุณอาจไม่เคยมองเห็นมาก่อน
  • มีกรอบภาษาในการพูดคุยสื่อสารเรื่องบุคลิกภาพ คล้ายกับ MBTI หรือโหราศาสตร์ ทำให้ผู้คนได้มีคำศัพท์ร่วมกัน ในการพูดคุยถึงเรื่องราวความแตกต่างระหว่างบุคคล
  • ชาร์ทมีความแตกต่างเป็นแบบเฉพาะบุคคล เพราะใช้ข้อมูล วัน เดือน ปีเกิด เวลาเกิดและสถานที่เกิด อย่างละเอียด ทำให้รู้สึกว่าได้ผลลัพธ์ที่มีความเฉพาะตัวมากกว่าระบบบุคลิกภาพทั่วไป
  • ช่วยส่งเสริมการยอมรับตัวเองมากขึ้น เพราะชาร์ทจะอธิบายถึงความเป็นได้ในพฤติกรรมของตัวคุณเองว่าจะเป็นไปในลักษณะใด แบบไหนคือตัวตนที่แท้จริงของคุณ เพราะสำหรับหลายคน การได้รับ “คำอธิบาย” ที่ฟังดูแล้วเข้าใจง่าย เกี่ยวกับพฤติกรรมของตนเอง มันสามารถช่วยลดความกังวลหรือความรู้สึกผิดปกติที่มีต่อตัวเอง และทำให้เข้าใจตัวเองได้มากขึ้น
  • ไม่มีข้อกำหนดตายตัวเรื่องความเชื่อ และคุณสามารถเอาข้อมูลที่ได้มานำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างยืดหยุ่น โดยที่คุณไม่จำเป็นต้องเชื่อทั้งหมด

จุดด้อยและข้อวิพากษ์วิจารณ์

  • ศาสตร์นี้อ้างอิงจากศาสตร์ที่ไม่เกี่ยวข้องกัน แล้วนำมาผสมรวมกัน ซึ่งการนำโหราศาสตร์ ไอชิง คับบาลาห์ และแนวคิดควอนตัมฟิสิกส์มารวมกัน โดยไม่มีกรอบทฤษฎีที่เชื่อมโยงกันอย่างมีเหตุผลทางวิทยาศาสตร์นั้น ทำให้ถูกมองว่าเป็นการหยิบยืมแนวคิดมาปะติดปะต่อมากกว่าจะเป็นศาสตร์ที่มีรากฐานแน่นหนา
  • ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์รองรับ นักวิทยาศาสตร์และนักจิตวิทยาส่วนใหญ่จัดให้ Human Design อยู่ในกลุ่ม Pseudoscience เนื่องจากไม่มีการศึกษาเชิงประจักษ์ (Empirical Study) ที่พิสูจน์ถึงความแม่นยำหรือความน่าเชื่อถือของระบบนี้
  • เสี่ยงต่อปรากฏการณ์ Barnum/Forer Effect เนื่องจากคำอธิบายบุคลิกภาพที่กว้างและคลุมเครือ สามารถทำให้คนส่วนใหญ่รู้สึกว่า “ตรงกับตัวเอง” ได้ไม่ว่าผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบใด
  • ค่าใช้จ่ายในการปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ เพราะการอ่านแผนภูมิแบบเจาะลึกกับผู้เชี่ยวชาญ มักมีค่าใช้จ่ายสูง โดยที่ผลลัพธ์ไม่สามารถยืนยันความแม่นยำได้ทางวิทยาศาสตร์
  • อาจตอกย้ำความเชื่อแบบตายตัว (Determinism) เพราะการถูกจัดประเภทตั้งแต่แรกเกิดอาจทำให้บางคนรู้สึกว่าตนเอง “ถูกกำหนด” มาแบบนั้น แทนที่จะมองเห็นศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาตนเอง

สรุป

ศาสตร์ Human Design นี้เป็นระบบความเชื่อที่ผสมผสานหลายๆ ศาสตร์เข้าด้วยกัน โดยมีจุดประสงค์เพื่อช่วยให้คนเข้าใจตัวเองและผู้อื่นมากขึ้น มีผู้ใช้จำนวนมากรู้สึกว่าได้ประโยชน์จากศาสตร์นี้ในแง่การสะท้อนความคิดและการยอมรับตัวเอง อย่างไรก็ตาม ในทางวิทยาศาสตร์ก็ยังไม่มีหลักฐานสนับสนุนถึงความแม่นยำของระบบนี้ ทุกคนจึงควรพิจารณาใช้ศาสตร์นี้เป็นเพียงเครื่องมือประกอบการไตร่ตรองตนเอง มากกว่าจะยึดเป็นหลักในการตัดสินใจเรื่องสำคัญของชีวิต เช่นเดียวกันกับศาสตร์อื่นๆ เช่น Birth Chart หรือ Destiny Matrix

ถาม : Human Design คืออะไร?

ตอบ : Human Design เป็นศาสตร์ที่ผสมผสานโหราศาสตร์ ไอชิง ระบบชักรา และฟิสิกส์ควอนตัม เพื่อช่วยให้เข้าใจธรรมชาติที่แท้จริงของตัวเอง ผ่านการคำนวณจากวันเวลาและสถานที่เกิด

ถาม : Human Design มีกี่ประเภท?

ตอบ : มี 5 ประเภทหลัก ได้แก่ Manifestor, Generator, Manifesting Generator, Projector และ Reflector แต่ละประเภทมีวิธีใช้พลังงานและกลยุทธ์การตัดสินใจที่ต่างกัน รายละเอียดของแต่ละประเภทสามารถอ่านได้ตามบทความในเว็บไซค์นี้

ถาม : รู้ Human Design ของตัวเองได้อย่างไร?

ตอบ : สามารถคำนวณได้จากวัน เวลา และสถานที่เกิดของคุณ ผ่านเครื่องมือคำนวณออนไลน์ที่แนะนำในหน้า Resources ของเว็บนี้